สถานีโตเกียว

สถานีโตเกียวเป็นสถานีชุมทางขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นเหมือนประตูหน้าบ้านของโตเกียวเลยก็ว่าได้ครับ ที่นี่มีจำนวนชานชาลามากที่สุดในญี่ปุ่น และมีรถไฟสายต่างๆ รวมกันถึง 30 สาย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟชินคันเซ็น รถไฟฟ้า หรือรถไฟใต้ดิน ก็สามารถขึ้นรถจากสถานีนี้ได้ทั้งนั้นครับ

ตัวอาคารสถานีส่วนบริเวณประตูทางออก Marunouchi เป็นอาคารอิฐมอญสีแดงสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1914 เป็นอาคารสถาปัตยกรรมที่งดงามและได้ถูกบันทึกเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติเมื่อปี ค.ศ. 2003 ด้วยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลากลางคืน ที่นี่จะเปิดไฟสวยงามได้บรรยากาศมากเลยครับ

ภายในสถานีมีโซนร้านค้าและโซนร้านอาหารอยู่หลายร้านทีเดียว ที่นี่จึงมักเต็มไปด้วยผู้คนที่แวะเวียนมาหาซื้อของฝากหรืออาหารกล่องอยู่ตลอดครับ และเพราะว่าภายในอาคารสถานีกว้างมากและมีทางเดินซับซ้อน ระวังจะหลงทางเอาได้นะครับ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับร้านค้าและโซนต่างๆ ของสถานีโตเกียวได้ที่นี่ครับ http://www.tokyoinfo.com/

เดินเที่ยวชมเมืองจากสถานีโตเกียวถึงพระราชวังอิมพีเรียล

mitsubishi_museum

หากเราเดินออกจากประตู Marunouchi Central Entrance ของสถานี JR โตเกียว ภายนอกจะเป็นถนน Gyoko-Dori อันกว้างขวาง เดินตรงไปประมาณ 10 นาทีก็จะถึงสะพาน Nijyu-bashiของพระราชวังอิมพีเรียลแล้วครับ วันไหนที่อากาศดีๆ ก็ถือโอกาสเดินเล่นชมเมืองไปในตัวได้เลยครับ อาคารในบริเวณถนน Gyoko-Dori นี้จะแตกต่างไปจากอาคารในปัจจุบันนะครับ เพราะมีอาคารเก่าแก่ที่ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว

กรณีที่เดินทางมาด้วยรถไฟใต้ดิน สามารถไปถึงประตูทางเข้าแต่ละจุดของพระราชวังอิมพีเรียลได้ดังต่อไปนี้ครับ

 

– ประตู Sakashita-Mon

รถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line สถานี Nijyubashi Mae (ประตูทางออก 6) หรือรถไฟใต้ดินสาย Mita Line สถานี Otemachi (ประตูทางออก D2) ระยะทางจากสถานีประมาณ 650เมตร (ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที)

– ประตู Kikyo-Mon

รถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line สถานี Nijyubashi Mae (ประตูทางออก 6) หรือรถไฟใต้ดินสาย Mita Line สถานี Otemachi (ประตูทางออก D2) ระยะทางจากสถานีประมาณ 350 เมตร (ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที)

– ประตู Ote-Mon

รถไฟใต้ดิน สถานี Otemachi (ประตูทางออก C13a) ระยะทางจากสถานีประมาณ 200 เมตร (ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาที)

รถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line สถานี Nijyubashi Mae (ประตูทางออก 6) ระยะทางจากสถานีประมาณ 700 เมตร (ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที)

– ประตู Hirakawa-Mon

รถไฟใต้ดินสาย Tozai Line สถานี Takebashi (ประตูทางออก a1) ระยะทางจากสถานีประมาณ 200 เมตร (ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาที)

– ประตู Kitahanebashi-Mon

รถไฟใต้ดินสาย Tozai Line สถานี Takebashi (ประตูทางออก a1) ระยะทางจากสถานีประมาณ 400 เมตร (ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาที)

 

wadakura002

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ (ภาษาอังกฤษ โดยสำนักงาน Imperial Household Agency)

หากเดินตรงไปตามถนน Gyoko-Dori ก็จะเห็นถนน Hibiya-Dori ที่มีคูเมืองอยู่ครับ และถ้าเดินข้ามถนนมาก็จะเห็นสวนสาธารณะซึ่งมีบ่อน้ำพุด้วยนะครับ

 

 

ลานหน้าพระราชวังอิมพีเรียล

imperial_palace016

ลานหน้าพระราชวังอิมพีเรียล – เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีเนื้อที่กว้างขวางมาก จนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะตั้งอยู่ใจกลางเมืองใหญ่เช่นนี้ แม้จะเป็นสวนแบบเรียบง่ายที่มีเพียงต้นสนดำญี่ปุ่น สนามหญ้า และพื้นปูด้วยหินกรวดจนเต็มพื้นที่ซึ่งทอดยาวไปจนถึงตัวพระราชวังก็ตาม แต่เพราะบริเวณย่านมารุโนะอุจิและฮิบิยะที่อยู่ใกล้เคียงนั้นเต็มไปด้วยตึกออฟฟิสต่างๆ ซึ่งเป็นอาคารแบบสมัยใหม่ จึงเป็นเหมือนตัวเสริมให้สวนดูโดดเด่น และเป็นทัศนียภาพที่ดูงดงามยิ่งขึ้นไปอีกจริงๆ ครับ

พระราชวังอิมพีเรียล (ปราสาทเอโดะ)

ปราสาทเอโดะ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1457 โดยโดคัง โอตะ ต่อมาภายหลังโชกุนอิเอยาสุ โทคุกาวะ ผู้ก่อตั้งรัฐบาลเอโดะ (เอโดะบาคุฟุ) ได้กำหนดให้ปราสาทเอโดะเป็นปราสาทสำหรับพักอาศัย และใช้เวลาในการปรับปรุงปราสาทยาวนาน 3 รุ่นด้วยกัน

ที่นี่เป็นปราสาทที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ซึ่งกำแพงรอบนอกปราสาททำหน้าที่ปกป้องปราสาทจากภายนอกมีความยาวรวมกันถึง 14 กม. เลยทีเดียว  ภายในจะแบ่งออกเป็น ปราสาทหลัก คือ ฮมมารุ นิโนะมารุ และซันโนะมารุ, ปราสาทตะวันตกซึ่งประกอบด้วย นิชิโนะมารุและสวนโมมิจิยามะ เป็นต้น, สวนฟุคิอาเกะซึ่งเป็นสวนแบบญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่มีบ่อน้ำอยู่ตรงกลาง, สวนคิตะโนะมารุ, และสวนนิชิโนะมารุชิตะ เป็นต้น ซึ่งมีกำแพงหินมากมายแบ่งเขตแต่ละส่วนแยกออกจากกันที่เรียกว่า คุรุวะ

ปัจจุบันทั้งกำแพงปราสาท กำแพงหิน สุ้มประตู และหอคอยป้อมปราการ ที่อยู่รอบนอกพระราชวังก็ยังคงมีหลงเหลือให้เราได้เห็นกันอยู่นะครับ และยังได้รับการจดทะเบียนให้เป็นซากโบราณและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ (สถาปัตยกรรม) ของประเทศอีกด้วย

imperial_palace001

พระราชวังอิมพีเรียลในปัจจุบันเป็นที่พักอาศัยของสมเด็จพระจักรพรรดิและราชวงศ์ แม้จะอยู่ในกลางกรุงโตเกียว แต่ก็ยังคงภาพของปราสาทเอโดะในสมัยก่อนหลงเหลืออยู่ และมีภาพทิวทัศน์อันสวยงามมากมายภายในอาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ นับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นทีเดียว

พื้นที่บริเวณส่วนในของพระราชวังอิมพีเรียลโดยปรกติแล้วจะเป็นเขตหวงห้ามที่ไม่ให้บุคคลภายนอกผ่านเข้าไปได้ แต่ในการเปิดให้เข้าชมพิเศษ หรือเวลามีอีเว้นท์พิเศษต่างๆ ก็จะเปิดบริเวณส่วนในให้แก่บุคคลภายนอกผ่านเข้าไปได้ครับ

ระยะทางโดยรอบพระราชวังมีระยะทางประมาณ 5 กม. เราจะเห็นผู้คนมากมายที่มาสนุกกับการวิ่งจ็อกกิงหรือเดินออกกำลังเพื่อสุขภาพเรียบไปตามคูรอบปราสาท พร้อมชมนกชมไม้ไปด้วยตลอดทั้ง 4 ฤดูครับ

ใครที่มีเวลาลองมาเดินเล่นสบายๆ เพลินๆ กันดูไหมครับ?

วน 1 รอบใช้เวลาแค่ 1 ชม. เศษๆ เท่านั้นเองครับ

เว็บไซต์สำนักพระราชวัง :http://sankan.kunaicho.go.jp/english/index.html (ภาษาอังกฤษ)

แผนที่ภายในพระราชวังอิมพีเรียล :http://sankan.kunaicho.go.jp/english/guide/institution_kokyo.html (ภาษาอังกฤษ)

พระราชวังอิมพีเรียล

– ที่อยู่ :  1-1 Chiyoda, Chiyoda-ku, Tokyo, 100-8111

– การเดินทาง : เดินจากสถานีโตเกียวประมาณ 10 นาที

– เว็บไซต์ : URL: http://sankan.kunaicho.go.jp/guide/koukyo.html

คลิปวีดีโอพระราชวังอิมพีเรียล

สวน Imperial Palace East Garden

imperial_image

พื้นที่สวนนี้คือปราสาทเอโดะในอดตีตซึ่งเป็นที่อาศัยของโชกุนนั่นเอง ประกอบด้วยส่วนที่เรียกว่า ฮมมารุ, ซันโนะมารุ. และนิชิโนะมารุที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย

นิโนะมารุและซันโนะมารุของปราสาทเอโดะนั้น จะส่วนพื้นที่ของคฤหาสน์และสวนญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่อาศัยของผู้สืบทอดตำแหน่งโชกุนและโชกุนรุ่นก่อนที่ปลดเกษียรจากตำแหน่งแล้ว

ภายในสวนจะมีพื้นที่ป่าซึ่งมีต้นไม้เขียวขจี สวนญี่ปุ่น อาคารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสำนักพระราชวัง และซากอาคารที่ยังหลงเหลืออยู่ของปราสาทเอโดะ ซึ่งเราสามารถสัมผัสได้ถึงร่องรอยประวัติศาสตร์จริงๆ ครับ ดังนั้นจึงมีนักท่องเที่ยวทั้งคนญี่ปุ่นเองและชาวต่างชาติมาเที่ยวชมที่นี่มากมายครับ  

ในภาพถ่ายข้างบนนี้   เป็นภาพของด่านตรวจที่ใหญ่ที่สุด กล่าวกันว่าจะมียามเฝ้ารักษาการประสาทเอโดะถึง 100 คนตลอดเวลา จึงเรียกว่า เฮียคุนินบังโฉะ (ด่านร้อยคน) มีความยาวถึง 50 เมตรทีเดียว

imperial_palace013

ด่านโดชินบังโฉะ

“บังโฉะ” หมายถึงด่านตรวจซึ่งมียามรักษาการคอยเฝ้าอยู่ ปัจจุบันเหมือนบังโฉะอยู่ทั้งหมด 3 ที่คือ เฮียคุนินบังโฉะ, ไดบังโฉะ และโดชินบังโฉะครับ ยิ่งเป็นด่านที่อยู่ลึกเข้าไปในตัวปราสาทเท่าไร ผู้ที่รับหน้าที่มาเฝ้ารักษาการก็ยิ่งมีตำแหน่งสูงเท่านั้น และที่ด่านนี้ผู้มีตำแหน่ง “โดชิน” จะได้รับมอบหมายให้มาคอยเฝ้าระวัง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะต้องติดตามไดเมียวที่ปราสาทนั่นเองครับ

 

imperial_palace014

ด่านไดบังโฉะ

เป็นด่านที่ถูกสร้างขึ้นที่ส่วนในของประตูนากาโนะมง ที่ด่านนี้จะมีเหล่าผู้มีตำแหน่งโยริคิ หรือโดชินระดับสูงคอยเฝ้าระวังอยู่ เพราะเป็นด่านที่อยู่ในสุดก่อนที่จะเข้าไปสู่ตัวปราสาทเอโดะหรือที่เรียกว่า เอโดะโจฮมมารุ ยามเฝ้าระวังที่ด่านนี้จึงมีความสำคัญอย่างมากครับ

 

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ตัวปราสาท หรือที่เรียกว่า เท็นฉุ (เท็นฉุคาคุ)

อาจมีบางคนที่เคยเห็นตัวปราสาทเหมือนกับในรูปทางขวานี้มาก่อนในละครย้อนยุคของญี่ปุ่นกันมาแล้วนะครับ ซึ่งสิ่งก่อสร้างสูงๆ แบบนี้ เรียกว่า เท็นฉุคาคุ อยู่ในสมัยยุคสงครามโบราณของญี่ปุ่น (หรือที่เรียกว่า เซ็นโคคุจิได) ครับ

โดยในยุคนั้นจะสร้างเท็นฉุคาคุไว้เพื่อประโยชน์ทางการทหาร ไว้ปกป้องปราสาทจากข้าศึก นอกจากนี้ยังเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงอำนาจของตัวผู้ปกครองเมืองอีกด้วย จึงมีการสร้างเท็นฉุคาคุเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเข้าสู่สมัยเอโดะ บ้านเมืองสงบสุขไม่มีสงคราม ปราสาทที่มีเท็นฉุคาคุเช่นนี้จึงลดจำนวนลงครับ ในรูปนี้เป็นรูปของปราสาทโอซาก้า ที่จังหวัดโอซาก้าครับ

imperial_palace010

เท็นฉุได เท็นฉุคาคุในช่วงยุคคังเอ (ค.ศ. 1624 – 1645) ถูกสร้าง ณ. บริเวณที่ใกล้เคียงกับในปัจจุบัน โดยจะเป็นหอคอย 5 ชั้น (ความสูง 5 ชั้น และมีชั้นใต้ดินอีก 1 ชั้น) สูงราว 58 เมตร และทาด้วยแล็คเกอร์สีดำ แต่ถูกไฟไหม้พังเสียหายจนหมดในเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ปี ค.ศ. 1657 และถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในเวลาต่อมา

 เท็นฉุไดของปราสาทเอโดะที่ยังหลงเหลือมีความสูง 11 เมตร ความกว้างวัดแนวตะวันออก-ตะวันตก 41 เมตร วัดแนวเหนือ-ใต้ 45 เมตร สร้างจากหินแกรนิต

 

hirakawamon001

สถานที่ชมซากุระชื่อดัง

ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นฤดูใบไม้ผลิ ซากุระหลากหลายพันธุ์บริเวณคูเมืองของพระราชวังอิมพีเรียลจะบานสะพรั่งเต็มไปหมดเลยครับ ผมไม่รู้ว่าจะบรรยายเป็นคำพูดอย่างไรดี เอาเป็นว่าดูจากคลิปนี้น่าจะเห็นถึงความงดงามได้ดีกว่าครับ

เราสามารถชมความสวยงามของซากุระหลายชนิดที่อยู่ตามแนวคูเมืองของพระราชวัง ซึ่ง “จิโดริกะฟุจิ” คือจุดที่มีชื่อเสียงมากเป็นพิเศษครับ แต่ก็ยังมีจุดอื่นที่สวยไม่แพ้กัน ผมจะแนะนำจุดชมซากุระบริเวณพระราชวังอิมพีเรียลอย่างสั้นๆ ให้ได้รู้จักกันนะครับ

sakura001

1) จิโดริกะฟุจิ อยู่ทางฝั่งตะวันตกของพระราชวังอิมพีเรียล และมีทางเดินยาว 700 เมตรเรียบคลองจิโดริกะฟุจิแห่งนี้ ซึ่งแนวต้นซากุระจะทอดยาวตั้งแต่ทางเข้าสุสานจิโดริกะฟุจิ (Chidorigafuchi National Cemetery) ไปจนถึงถนน Yasukuni-dori ซากุระของที่นี่มีทั้งพันธุ์โซเมโยชิโนะ และพันธุ์โอชิมะซากุระ รวมทั้งหมดประมาณ 260 ต้นด้วยกัน ช่วงที่ดอกบานสะพรั่งเราจะเห็นทางเดินนี้เป็นเหมือนอุโมงค์ซากุระสีชมพูทอดยาว สวยงามจริงๆ ครับ

 

sakura005

2) สวนคิตะโนะมารุ ที่นี่จะมีซากุระหลายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์โซเมโยชิโนะ รวมทั้งหมดประมาณ 330 ต้น ถือเป็นจุดชมซากุระชื่อดังใจกลางเมืองอีกที่หนึ่งครับ

 

 

 

 

sakura007

3) สวน Imperial Palace East Garden

ไฮไลท์ของสวนนี้คือต้นสนญี่ปุ่นอันงดงามและซากปราสาทเอโดะโบราณครับ ที่นี่ทั้งซากโบราณของเท็นฉุคาคุ กำแพงหินโบราณ และด่านเฮียคุนินบังโฉะ ซึ่งเป็นป้อมเฝ้าระวังภัยของปราสาทเอโดะที่กล่าวกันว่าจะมีทหารคอยเฝ้าระวังรวมกันอยู่ป้อมนี้ถึง 100 คนตลอดเวลาเลยทีเดียวครับ ถ้ามาที่นี่ก็สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศของซากโบราณเหล่านี้ได้ครับ

เวลาทำการ 9:00-16:30 (เข้าสวนได้ถึง 16:00)

วันปิดทำการ : ปิดทุกวันจันทร์และวันศุกร์ และช่วงวันที่ 25 ธ.ค. – 3 ม.ค.

ค่าเข้าสวน : ฟรี

หากคุณเป็นคนชอบเดิน และมีเวลาเหลือเฟือที่นี่ ต้องลองเดินรอบพระราชวังดูสักรอบนะครับ รับรองว่าคุ้มค่ากับการดั้นด้นมาถึงญี่ปุ่นจริงๆ ครับ

อาคารรัฐสภา

อาคารรัฐสถา เป็นศูนย์กลางการเมืองของญี่ปุ่น

ที่นี่สร้างขึ้นเมื่อปีโชวะที่ 11 (ค.ศ. 1936) ซึ่งในสมัยนั้นถือเป็นอาคารที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นครับ สร้างจากหินแกรนิตอันสวยงาม จึงได้รับการยกย่องว่าเป็น “โบสถ์สีขาว” (อาคุอะ โนะ เด็นโด)

ถ้าเรามาลงทะเบียนที่สำนักงานประชาสัมพันธ์ของที่นี่ในวันธรรมดา ก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศการประชุมสภาได้ด้วย เรื่องนี้แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ยังไม่ค่อยมีใครทราบเท่าไรนักหรอกนะครับ (หากมาเป็นกลุ่มใหญ่ ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องจองก่อนล่วงหน้า)

จากนั้นเจ้าหน้าที่ของที่นี่จะพาเราไปที่ห้องพักสำหรับฟังการประชุม และพาเราเดินชมบริเวณพักผ่อน ห้องพักสำหรับราชวงศ์ ห้องโถงกลาง และสวนด้านหน้าด้วยครับ (ใช้เวลาประมาณ 60 นาที)

นอกจากนี้ที่ล็อบบี้ด้านหน้า ยังมีการจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ และหน้าที่ของรัฐสภา และความเป็นมาของอาคารรัฐสภาอีกด้วยครับ ใครที่สนใจเรื่องการบ้านการเมืองของญี่ปุ่นห้ามพลาดเด็ดขาดครับ

ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐสถาญี่ปุ่น

■ ชื่อ/ ข้อมูลทั่วไป : อาคารรัฐสภา

・ที่อยู่ : 1-7-1 Nagata-cho, Chiyoda-ku, Tokyo

・การเดินทาง : เดินจากรถไฟใต้ดินสาย Marunouchi Line สถานี Kokkai-gijidomae ประมาณ 3 นาที

・เวลาที่เปิดให้เข้าชม : จันทร์-ศุกร์ 9:00-16:00 (ปิดทำการเสาร์-อาทิตย์/ วันหยุดนักขัตฤกษ์/ และช่วงปีใหม่)  

    รอบที่เปิดให้เข้าชมคือ 9:00, 10:00, 11:00, 12:00, 13:00, 14:00, 15:00, 16:00

・เบอร์โทรศัพท์ : 03-5521-7445

・ค่าเข้า : ฟรี

・เว็บไซต์  URL:http://www.sangiin.go.jp/eng/index.htm

สวนฮิบิยะ

ที่นี่เป็นสวนซึ่งสร้างแบบสไตล์ตะวันตกแห่งแรกของญี่ปุ่น แปลงดอกไม้ของสวนนี้จะมีดอกไม้สิสันสวยงามผลัดกันบานอวดโฉมตลอดทั้งปี จึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของผู้คนที่ทำงานอยู่ในย่านธุรกิจใกล้เคียงครับ นอกจากนี้ภายในสวนยังมีอาคารสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น ศาลาประชาคม หอแสดงดนตรีขนาดเล็ก และห้องสมุด เป็นต้น จึงเป็นสถานที่จัดงานอีเว้นท์ต่างๆ มากมายตลอดปีครับ

ถ้าเดินสำรวจย่านนี้กันจนเหนื่อยแล้ว ลองมาแวะพักที่สวนนี้ให้หายเหนื่อยกันดูไหมครับ?

■ ชื่อ/ ข้อมูลทั่วไป : สวนฮิบิยะ

・ที่อยู่ : Hibiya Park, Chiyoda-ku, Tokyo

・การเดินทาง : เดินจากสถานี Yuraku-cho ประมาณ 10 นาที

・เวลาเปิด-ปิดสวน : เปิดตลอด 24 ชม.

・เบอร์โทรศัพท์ : 03-3501-6428 (ศูนย์บริการสวนฮิบิยะ)

・ค่าเข้า : ฟรี

・เว็บไซต์  URL:http://park.tachikawaonline.jp/park/17_hibiya.htm

แผนที่บริเวณสถานีโตเกียว/ พระราชวังอิมพีเรียล

コメントを残す

メールアドレスが公開されることはありません。 * が付いている欄は必須項目です